แผนพัฒนาสินค้าจีไอ มูลค่าเกินคาดการณ์

แผนพัฒนาสินค้าจีไอ แบรนด์ท้องถิ่นสู่เกรดพรีเมี่ยม มูลค่าตลาดพุ่งเกิน 4,000 ล้านบาท

สินค้าจีไอ หรือที่รู้จักกันว่าเป็นแบรนด์ท้องถิ่น เรียกว่าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ซึ่งมีในหลายๆจังหวัด โดยนายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ออกมาเปิดเผยว่า จากการจัดโครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้กับสินค้าจีไอจำนวน 10 รายการ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ ข้าวฮางหอมทองสกลทวาปี ทุเรียนนนท์ ทุเรียนป่าละอู ไข่เค็มไชยา ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง ส้มโอปูโกยะรัง ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน มะขามหวานเพชรบูรณ์ และกาแฟเขาทะลุ เพื่อช่วยเหลือผู้ผลิตและผู้ประกอบการ ให้สินค้าจีไอได้พัฒนาและสามารถสร้างมูลค่าให้เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม

โดยโครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้าจีไอ ประกอบไปด้วยการพัฒนาและออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้กับสินค้าจีไอแต่ละชนิดและประเภท โดยจะทำให้บรรจุภัณฑ์หรือแพคเกจจิ้งมีความสวยงามมากขึ้น น่าซื้อ และสามารถดึงดูดใจผู้บริโภคได้ แต่ต้องคงความเป็นเอกลักษณ์ของสินค้าไว้ เพราะสินค้าจีไอแต่ละชนิด จะเป็นตัวบ่งบอกถึงความเป็นแบรนด์ของท้องถิ่นนั้นๆ โดยการพัฒนาครั้งนี้ มีการทำในหลายรูปแบบ รวมถึงมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์สินค้าจีไอโดยจัดชุดเซทของขวัญ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อได้ในช่วงเทศกาล มอบเป็นของขวัญให้กับคนที่รัก โดยออกแบบให้สวยงาม ตรงตามเทศกาลนั้นๆ ถือเป็นการช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผู้ผลิตและผู้ประกอบการได้อีกทางหนึ่ง

ผลจากการจัดโครงการพัฒนาการออกแบบบรรจุภัณฑ์ของสินค้าจีไอ ส่งผลให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นและจำหน่ายหรือขายได้ในราคาที่สูงขึ้นจากปกติ 20-100% และเมื่อสินค้าจีไอมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ขายได้ราคาสูงขึ้นก็จะมีผลผลักดันให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้มากขึ้น และสามารถขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดีขึ้น และทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาคาดการณ์ว่าจากการเข้าช่วยเหลือผู้ผลิตและผู้ประกอบการในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้าจีไอ จะทำให้ในปีพ.ศ. 2561 สินค้าจีไอจะมีมูลค่าตลาดเกิน 4,000 ล้านบาท โดยขณะนี้มีการยื่นคำขอจดทะเบียนสินค้าจีไอครบทุกจังหวัดแล้ว และในอนาคตจะมีการยื่นขอจดทะเบียนสินค้าจีไอของไทยในต่างประเทศ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *