เกิดความเสี่ยงเศรษฐกิจ ผลพวงยุบไทยรักษาชาติ

“อนุสรณ์” หวั่นยุบไทยรักษาชาติ เกิดความเสี่ยงเศรษฐกิจ หลังเลือกตั้ง นักลงทุนย้ายฐานไปประเทศอื่น ขณะที่ขุนคลัง ย้ำยุบพรรค ไม่มีผลต่อเชื่อมั่นเศรษฐกิจ ไม่มีไทยรักษาชาติ สามารถเลือกพรรคอื่นได้

 

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ทันทีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ด้านนายอนุสรณ์ ธรรมใจ รองประธานมูลนิธิปรีดี พนมยงค์ กล่าวกับทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ว่า การยุบพรรคที่มีผลต่อการเลือกตั้ง จะทำให้ประชาชน และนักลงทุนต่างชาติจากประเทศต่างๆ มองการเลือกตั้งของไทยว่า จะสามารถจัดการด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม หรือมีการแข่งขันอย่างเสรีหรือไม่ ซึ่งการจัดการเลือกตั้งที่เป็นธรรมจะเป็นพื้นฐานสำคัญ เป็นผลบวกต่อการลงทุน และเกรงว่าหลังเลือกตั้งจะเกิดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ โดยเป็นห่วงประเทศในระยะยาว เนื่องจากการเมืองไทยไม่ได้ปกครองด้วยกฎหมายด้วยหลักนิติรัฐนิติธรรม และยังรวมถึงองค์กรอิสระ ต้องแก้ความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้ระบบทั้งหลายเป็นธรรม สามารถบรรเทาลงได้ โดยทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกว่าเป็นธรรม “ในแง่การลงทุนมองว่าเป็นความเสี่ยง จากระบบเลือกตั้งที่ไม่ปกติมากนัก ซึ่งยังดีที่พื้นฐานของเศรษฐกิจไทยไปได้อยู่แล้ว แต่หากทำให้การเลือกตั้งมีการแข่งขันเสรีเป็นธรรม ตามระบอบประชาธิปไตย ปกติก็จะดี แต่ยังดีกว่าเมื่อก่อนที่มีรัฐประหาร ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้แทนที่จะไปถึง 100 ก็ไปถึงแค่ 80 อาจทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจ ย้ายฐานการลงทุนไปประเทศอื่น” ufabet

 

ทั้งนี้มองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญ อยากให้ประชาชนอย่าท้อถอย ช่วยกันไปใช้สิทธิ์ให้มากๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเลือกฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อมาตรวจสอบถ่วงดุลย์ ขณะที่ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การยุบพรรคการเมืองไม่เกี่ยวข้องและไม่มีผลต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ เนื่องจากประชาชนที่จะเลือกพรรคไทยรักษาชาติสามารถเลือกพรรคการเมืองอื่นได้ และหากประชาชนเลือกให้ถูก จะไม่มีปัญหาภายหลัง และหากจะมีคำถามว่าแฟร์หรือไม่นั้น เรื่องดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมาย หากไปกลั่นแกล้งเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การเดินพลาดก็ล้มไป

 

พร้อมย้ำสภาพเศรษฐกิจไทยขณะนี้ มั่นคงค่อนข้างดีความเสี่ยงต่อการถดถอยของเศรษฐกิจมีไม่มาก แต่ทั้งหมดรัฐบาลนี้พยายามเติมมาตรการการคลังไปแล้วค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเรื่องการลงทุนโดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เมื่อลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจกลับคืนมาอย่างน้อยร้อยละ 10-20 โดยยืนยันว่ามาตรการการคลังที่จะดูแลเศรษฐกิจและกระตุ้นเศรษฐกิจไทยยังไม่หมด แต่กระทรวงการคลังไม่ดำเนินการ ถือเป็นมารยาทในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งการจะทำให้เศรษฐกิจเข้มแข็งขึ้น ต้องใช้เวลา ซึ่งที่ผ่านใช้เวลา 2-3 ปี จนทำให้เศรษฐกิจไทยโตอย่างมีศักยภาพและไม่ควรจะมีปัญหาเศรฐษกิจตกลงมาอีก

 

ห่วงหลังเลือกตั้ง เกิดความเสี่ยงเศรษฐกิจ ผลพวงยุบไทยรักษาชาติ